ในนี้มีเรื่องการทำสารกำจัดแมลง ด้วย
http://board.212cafe.com/boardvip/view.php?user=ketorchid2&id=285

ความเห็นที่ 35
หมอเอก สนใจสูตรยาฆ่าเเมลงชนิดไม่ดูดซึมทำเองนะเนี่ย อันนี้เป็นยาผีบอก อิอิใช้ฆ่าเเมลง
เเบบโดนตัวเเละขับไล่เมื่อเพิ่งเดินทางมา เเต่ถ้าระบาดมากก็ต้องเล่นสารเคมีกันบ้างนานๆที
สูตรยาผีบอก
ส่วนผสม
1 ยาฉุน3-4เเผ่น ห้ามใช้มาโบโร่ นะมันแพง
2 หัวขมิ้นสด 2ขีด โขลกให้เเตก
3 พริกป่นชนิดเผ็ดซี๊ด 3 ช้อนโต๊ะพูนๆ
4 สุรา40ดีกรี ชนิดที่ถูกที่สุดหากจะใช้เเบล๊คเลเบิ้ลก็ได้2ขวดใหญ่
นำส่วนผสมทั้งหมดหมักบ่มในถังไม้โอ๊ค 1 เดือน เเล้วกรองกากออกเอาเเต่น้ำยาดองใช้ดื่มเเกล้มมะขาม
เปียกรับรองตายเเน่ ถ้าจะใช้ฉีดไล่เเมลงใช้ยาดอง50ซซ ผสมน้ำ10ลิตรฉีดพ่นเดือนละ2-4ครั้ง
ตามอัธยาศัยเเมลงหนอนโดนยาตายเเน่ พริกป่นใช้ฆ่าไรเเดง ขมิ้นกำจัดเชื้อราเเละ

ปุ๋ยใส่กล้วยไม้นี่ พวก B1 กะ ออสโมคอล ปุ๋ยเคมีอื่นๆ ยังพอทำใจได้
แต่จะให้ใช้ ยาฆ่าแมลงยังทำใจไม่ลง ขัดกับความเชื่อและแนวคิดอย่างแรงงงงงงงง

ยากันเชื้อราตอนนี้ใช้พวก แลนเนต หรือเปล่าฟ่ะ แกะฉลากมันทิ้งแหละ
ยาฆ่าแมลง ป้าแกบอกให้ซื้อพวก เซฟวิ่น มาลองใช้ไล่พวก เพลี้ยไฟ ไรแดง แต่….. มันจะไม่สารชีวภาพเลยเหรอเนี่ย ซื้อมาแล้ว แต่ไม่อยากใช้ แล้่วตูจะไปถามใครดี เพื่อนๆ เปงจบเกษตรก็ม่ะมี ?? T_T

พวกเชื้อรา ที่พบได้ทั่วๆไปในกล้วยไม้จะมีดังนี้ ฟังเขามาจดไม่รุ้ถูกป่ะ เดี๋ยววันหลังได้ข้อมุลใหม่จะมาแก้
1. เชื้อราทีเทียม
2. เชื้อราไลฟอกเทอร่า
3. เชื้อราดิวซาเดียม
4.เชื้อราสเตอรอเปียม
5.เชื้อราไรทอกโทเนีย

ลุงประเสริฐแกบอกว่าใช้ ราไตรเคอเดอม่ายับยั้งได้แต่ต้องเปงเชื้อสด ตั้งแต่ฟังแกพูด วันนั้นจนวันนี้ยังไม่เจอตัวเป็นๆแกอีกเลยไม่รู้จะถามใคร สงสัยต้องมั่วๆไปเอง ตอนนี้เจอเปื้อนเหลืองในใบช้าง ไม่รู้จะแก้ยังไง จะให้ไปซื้อยาที่เปงสารเคมีมาแก้ ก็ยังทำใจไม่ได้
หวังว่าก่อนมันจะตายคงมีทางออกนะ T_T

ต้องแต่ซื้อคอมมา ประกอบเองมาหลายสิบหลายร้อยเครื่องม่ะ ถึงมั้ง
จะกี่ยี่ห้อจะเปลี่ยน MB ม่ะเคยต้อง flash bios เลยตู แต่แล้วซื้อ com ให้หลานมันเล่น ไปซื้อ Dual Core E2180 กะ P5VD2-VM SE
มา ประกอบเสร็จเปิดเครื่องขึ้น “Intel CPU UCode loading error” ซะงั้น ไรว๊า ????

ไปหาใน Google คำว่า “Intel CPU Ucode loading error” เขาบอกต้อง Flash Bios ใหม่ลองไปหา help ใน asus ดู

1. ขึ้นแรก เขาบอกไปให้ download BIOS ver ใหม่จาก www.asus.comได้เจ้า 507 มา 1 ตัวพร้อมของแถมชื่อ afudos มา 1 ตัว จิงๆมันชื่อ afudos236.exe ม่ะรู้ว่าทำไมต้องชื่อนี้ด้วยนะ
เขาบอกให้ format >>> เปง C:/ format A: /s แต่ทำไมตูทำไม่ล่ายฟ่ะ ไปๆมาๆ มาเจอแผ่นของ ASUS เองลองจับแหย่ใส่ CD ROM พร้อมมาปรากฎมันให้เลือก format A:/s ได้แหละ มันสั่ง format ให้เปง FAT แล้วแถม kernel 1 ตัวมาใน floppy disk

2. Boot ใหม่จาก CD ของ MB นั่นแหละ ได้ C:/
          2.1 ไปที่ A:/ ก่อน
          2.2 ให้ save BIOS ตัวเดิมไว้ก่อน กันเหนี่ยว เผื่อเจ๊ง  A:/afudos236U  /oOLDBIOS.rom (ไอ้ /0 เนี่ยมาจาก output แล้วต้องพิมพ์ชื่อติดกันด้วยนะ ลองวรรค แหละมันฟ้อง error อะไรมันจะขนาดนั้น)
          2.3 รอสักแป๊บเดี๋ยวมันทำให้เองจะ OLDBIOS.rom ของเดิมมาไว้ที่ A:/
3. คราวนี้ก็ flash bios version ใหม่ที่เราไป load มาเข้าไป
          3.1 A:/afudos256 /iP5VM0507.rom (/i มาจาก insert มั้งหรือ input มั้ง เดาเอา.. P5VM0507.rom เป้ง bios ของ P5VM รุ่น 507 ตัวใหม่ที่เรา load มา)
           3.2 ให้มันทำของมันเอง
4. คราวนี้ boot เครื่องใหม่อย่าเพิ่งเอา fd ออกนะ เพราะมันต้องทำ EZ flash อีกรอบ
           4.1 boot เครื่องแล้วกด Alt+F2
           4.2 เดี๋ยวเจ้า EZ flash มันจะทำงานของมันเอง ไม่ต้องไปยุ่งกะมัน
5. เสร็จ boot ใหม่เข้า BIOS แล้วไป load default ของ BIOS แค่นี้เสร็จแหละ
            5.1 มันจะไม่ฟ้อง Error “Intel CPU Ucode loading error”แล้ว

ที่เหลือแค่ลง XP ต่อแค่นั้นเอง

ได้แหละ solaris 10 X86 Platform แล้วก็ลงใน VMWare Workstation 5 ได้ด้วย แต่ลืม check diskspace ไป
ดันไม่พอ เดี๋ยวต้องทำใหม่ อีกอย่างลอง run บน Virtual PC 2004 ไม่ได้อ่ะ มันค้างที่ use is license แล้วก็ไม่ check ต่ออ่ะ
แต่ถ้าเปง vmware มันจะไปต่อ ยังไม่ได้ลองกะ Virtual PC 2007 อ่ะ ไม่มีเวลาแหละ ขอลองบน VMware นี่แหละ

เพิ่งไปซื้อ External Hd ของ Seagate มาแม่งเจ๋งโคตร เพิ่งรู้เดี๋ยวมันมีเจ้า Ceedo ทำ Add/Remove software บนตัวมันด้วย
ดีฟ่ะ แล้วทำไมตอนซื้อ WD เมื่อเดือนก่อนมันถึงไม่มีฟ่ะ  มี Freeware Capture To Vedio ให้ด้วยดีจัง ว่าจะ capture Solaris installation มาโชว์ห่วยสักหน่อย แต่อาย ยังไม่ป๋า เดี๋ยวตุป๋าก่อนจะ เอาขึ้น U Tube’em เลย ^_^

 เจ๋งว่ะ

ชอบอ่ะ อ่านง่ายดี
http://www.isriya.com/tags/solaris

ลอกเค้ามา

Solaris

ขออนุญาตข้ามเรื่อง Ubuntu Linux ไปก่อนนะครับ เพราะว่าสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการระบบปฏิบัติการ นั่นคือการประกาศอย่างเป็นทางการของระบบปฏิบัติการโซลาริส เวอร์ชัน 10 จากบริษัทซันไมโครซิสเต็ม

หนึ่งในโครงการที่ผมจะเขียนถึงผ่านคอลัมน์ Open Source คือประวัติและความเป็นมาของระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ ซึ่งเป็นอีกระบบปฏิบัติการหนึ่งของโลกที่สำคัญตั้งแต่ยุค 60 ถึงขนาดกว่าวว่า ‘ถ้าไม่มียูนิกซ์ ก็ไม่มีอินเทอร์เน็ต’ ได้เลยล่ะครับ และโซลาริสก็เป็นยูนิกซ์อีกสายพันธุ์หนึ่งนี่เอง

ประวัติคร่าวๆ คือยูนิกซ์กำเนิดมาในวงการศึกษาและวิจัย เป็นการพัฒนาร่วมกันของ MIT และห้องปฎิบัติการวิจัยเบลล์ (Bell Lab อันลือลั่นของบริษัท AT&T) หลังจากนั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และแตกออกเป็นสองสาย สายแรกคือยูนิกซ์ดั้งเดิมที่เปลี่ยนมาเป็นของขาย เรียกว่าตระกูล System V ส่วนอีกสายหนึ่งข้ามฝั่งทวีปอเมริกาไปเกิดที่มหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ และเรียกว่า BSD (Berkley Software Distribution)

หนึ่งในผู้สร้าง BSD ชื่อว่าบิล จอย อีกคนที่ได้รับการเรียกว่าเป็นอัจฉริยะแห่งโลกคอมพิวเตอร์ ได้ออกมาก่อตั้งบริษัทซัน ไมโครซิสเต็ม กับสก็อต แมคนีลลีย์ ประธานซันคนปัจจุบัน (แมคนีลลีย์จบสแตนฟอร์ดครับ คำว่า SUN มาจาก Stanford University Network) แรกเริ่มเดิมทีระบบปฏิบัติการนี้เรียกว่า SunOS แน่นอนมีรากฐานมาจาก BSD ภายหลังได้รวมเข้ากับบางส่วนจากตระกูล System V และเปลี่ยนชื่อเป็น Solaris ในที่สุด

ส่วนลินิกซ์เรียกได้ว่าเป็นยูนิกซ์ตระกูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับทั้งสองสายข้างต้นเลย อย่างที่หลายๆ คนทราบ คือลินัส ทอร์วัลด์พัฒนามันขึ้นมาเอง และใช้กลไกของโอเพ่นซอร์สต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน

ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ายูนิกซ์ตระกูล System V แทบจะไม่มีบทบาทอะไรอีกแล้ว ยูนิกซ์ที่ยังมีอิทธิพลอยู่ก็คือตระกูล BSD คือ​ โซลาริส (รวมถึง BSD ที่พัฒนาแบบโอเพ่นซอร์สอีกหลายตัว เช่น FreeBSD, NetBSD) และลินิกซ์เท่านั้น

แน่นอนครับว่าช่วงหลังกระแสลินิกซ์ที่รุนแรงได้กลบโซลาริสเสียจนแทบไม่ได้ยินชื่อ ที่แย่ไปกว่านั้นคือลูกค้าทั้งหลายหันไปใช้ลินิกซ์ที่ฟรี (หรือขายในราคาถูก) กันหมด ทำให้ยอดขายของโซลาริสตกฮวบ

การแก้เกมในช่วงแรกของซันคือวางเป้าหมายตลาดของโซลาริสไว้ในตลาดเซิร์ฟเวอร์ขนาดกลาง ส่วนระดับล่างปล่อยให้ลินิกซ์กินไป เพราะว่าถ้าวัดกันที่ประสิทธิภาพและความอึดแล้ว โซลาริสยังนำลินิกซ์อยู่หลายช่วงตัว ซึ่งลินิกซ์พึ่งจะเริ่มมาไล่ทันในเคอร์เนลยุคหลังๆ นี่เอง

สุดท้ายซันก็ต้องปรับหมากใหม่ครับ โซลาริส 10 จะแจกฟรี ซันจะหารายได้จากค่าสนับสนุน และที่สำคัญคือบางส่วนของโซลาริสจะโอเพ่นซอร์ส!

การโอเพ่นซอร์สบางส่วนของโซลาริสไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นมากนัก เพราะว่าคุณสมบัติเด็ดๆ ทั้งหลายซันยังเก็บไว้กับตัวอยู่ดีไม่ปล่อยให้ใคร เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับระบบปฏิบัติการ MacOSX ของแอปเปิล เมื่อแอปเปิลเปิดเผยโค้ดในระดับล่างๆ ใต้ชื่อโครงการ Darwin ส่วนหน้าจอสวยๆ นั้นยังเก็บไว้อย่างดี เรื่องพวกนี้พูดกันยากครับ เพราะเป็นเหมือนกับจุดขายของบริษัทเหมือนกัน

ถ้าเราลืมเรื่องโอเพ่นซอร์สหรือไม่ไปซักแป๊บ มาสนใจเฉพาะฟีเจอร์ ก็จะพบว่า โซลาริส 10 มีนวัตถกรรมใหม่ๆ หลายอย่างให้กับโลกคอมพิวเตอร์พอสมควรเลยล่ะ

อย่างแรกไม่น่าตื่นเต้นเท่าไรนัก ซันได้เขียนส่วนของ TCP/IP ขึ้นมาใหม่หมด นั่นทำให้ความเร็วในการสื่อสารผ่านเครือข่าย (ตามที่ซันอ้าง) เร็วกว่าเดิมถึง 20% อย่างถัดมาสิครับน่าสนใจมาก มันคือไฟล์ซิสเต็มแบบใหม่ (ไฟล์ซิสเต็มคือวิธีการจัดเรียงไฟล์ในฮาร์ดดิสก์ ปัจจุบันวินโดว์เอ็กซ์พีใช้ไฟล์ซิสเต็มที่ชื่อว่า NTFS ส่วนลินิกซ์มีหลายอย่าง ตระกูล Fedora ใช้แบบ ext3) ไฟล์ซิสเต็มใหม่นี้ชื่อว่า ZFS ย่อมาจาก Zetabyte File System ซึ่งจากชื่อก็บอกแล้วว่ามันรองรับข้อมูลได้ถึงระดับ Zetabyte (10 ยกกำลัง 21 ไบต์) ใช้การเก็บข้อมูลแบบ 128 บิตและมีความน่าเชื่อถือระดับสูงมาก วิศวกรของซันบอกเอาไว้ว่า ZFS เป็นคำตอบสุดท้ายของไฟล์ซิสเต็ม เพราะตามทฤษฎีแล้ว ขนาด 128 บิตพอเพียงสำหับข้อมูลทุกอย่างในโลกลงไปได้เลย

คุณสมบัติที่สามคือ Predictive Self-Healing หรือการที่ระบบปฏิบัติการสามารถรักษาตัวเองได้จากความล้มเหลวทางฮาร์ดแวร์และซอพต์แวร์ อย่างที่สี่คือ Solaris Container เป็นการจำลองให้เสมือนว่ามีโซลาริสหลายตัวทำงานอยู่บนเครื่องเดียวกัน อย่างสุดท้ายยังไม่ออกพร้อมกับโซลาริส 10 แต่น่าสนใจมาก Linux Application Environment ทำให้ย้ายโปรแกรมบนลินิกซ์มาใช้บนโซลาริสได้ทันที จงใจแข่งกันเห็นๆ ใช่มั้ยล่ะครับ

โซลาริส 10 ทำงานได้บนสถาปัตยกรรมสามแบบ ได้แก่ ซีพียูตระกูล SPARC ของซันเองที่ใช้ในเซิร์ฟเวอร์ของซัน ตระกูล x86 ซึ่งก็คือเพนเทียมและเอเอ็มดีที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ และตระกูล x86-64 ซีพียู 64 บิต ซึ่งมี Opteron และ Itanium รุ่นใหม่ๆ (Itanium 2 ไม่ใช่ x86-64 นะครับ)

ชาวบ้านร้านตลาดที่ใช้งานเดสก์ท็อปอย่างเราคงไม่ค่อยมีเรื่องใช้โซลาริสกับเค้าเท่าไร แต่ถ้าคุณเป็นบริษัทมีเซิร์ฟเวอร์ต้องดูแล ถ้าสนใจก็ลองติดต่อซันประเทศไทยดูครับ สุดท้ายโซลาริส 10 เปลี่ยนโลโก้ใหม่ ผมเอามาให้ดูด้วย ก็เรียบๆ แต่ดูดีครับผม

ทำไมไอ้ ubuntu นี่มันป้องกัน root ฟ่ะ แล้วทำไมมันต้องเปลี่ยนได้แค่ใน sudo vi /etc ฟ่ะ
เปิด edit เลยก้อไม่ได้ ต้องใน command line เท่านั้น ซะงั้น แล้วมันจะมี admin เปง GI ทำอะไรละเนี่ยงงๆ
แล้ว ubuntu server 7.10 นี้ก้อเปง terminal มีเฉพาะ text mode ซะงั้น
ไปหลงซื้อแผ่นจาก UbuntuClub ไอ้เราก็ download มาแหละ แต่พอลองแล้วเปง terminal คิดว่าลงผิด
ที่ไหนได้ มันเปงอย่างนี้ของมันเอง สุดท้ายเลยได้เสียตังน์ซื้อแผ่น

อีกอย่างตอนลงก็ไม่ดูว่า LAMP มันคือ package ของ apache, php, mysql T_T ต้อง repackage ใหม่

เนื่องจากเปงความสงสัยว่า ถ้า Server A กะ Client A ที่อยู๋ใต้ VLAN 2 มันอยากไปใช้บาง service ของ Server B ที่อยู่ใต้ VLAN3
มันจะทำยังไง? ดีที่่ยังพอจะมีบุญ ได้ถามท่านผู้รู้ CCIE มาว่ามันทำได้ ให้ใช้ intervlan routing ยังไม่ได้หา DOC กะ simulation เลยอ่ะ
เขาบอกว่าชื่อ dynamips
ช่วงนี้ยุ่งๆ ว่าจะเปลียนงาน มาเจอต้องเปง Solaris Admin ซะงั้น เดี๋ยวขอทำ Solaris ให้ได้ก่อนส่วน intervlan นี่ขอทดไว้ในใจก่อนจะกลับมาทำอีกรอบ

ลองดูสักกะ ดอก เคยใช้แต่ Ubuntu, Redhat 9.0 กะ Virtual PC 2004 ของ Microsoft ตอนนี้มันเปง Virtual PC 2007 แหละ
เพิ่ง load มายังม่ายล่าย test

Load Solaris 10 จาก sun.com
https://www.sun.com/download/sdl.jsp?5005588c-36f3-11d6-9cec-fc96f718e113=1 เลือกเอา X86 onto Windows Platform มาลองก่อน
อันนี้วิธี install http://www.sun.com/software/solaris/download_instruction.xml
อันนี้ System Requirement: http://www.sun.com/software/solaris/specs.jsp

เหงใน หลายๆ web มันบอกลงใน VMWare Workstation ตั้งแต่ Version 5 ก้ได้ ยังไม่เคยลองยังตอบม่ะล่าย
เดี๋ยวลองใน Virtual PC 2004 เลยแหละกัน มี OS อยู๋หลายตัวขี้เกียจเปลี่ยน

CaTegoRize

Calendar

ตุลาคม 2008
M T W T F S S
« May    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

Flickr Photos

BACK OFF! You Picture Taking MAMA!!=D

The Thick

Zéphyr | Zephyr

More Photos